แนวข้อสอบ เอกช่างกลโรงงานและการผลิต

แนวข้อสอบ 

พระราชบัญญัติโรงงาน พ..2535

********************

 

1.พระราชบัญญัติโรงงาน พ.. 2535”  มีผลบังคับใช้เมื่อใด

ก. เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวัน  นับตั้งแต่วันประกาศราชกิจจานุเบกษา

ข. วันถัดไป  นับตั้งแต่วันประกาศราชกิจจานุเบกษา

ค. เมื่อพ้นกำหนดสิบวัน  นับตั้งแต่วันประกาศราชกิจจานุเบกษา

ง. เมื่อพ้นกำหนดสามสิบวัน  นับตั้งแต่วันประกาศราชกิจจานุเบกษา

ตอบ .  เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวัน  นับตั้งแต่วันประกาศราชกิจจานุเบกษา

มาตรา 2  พระราชพระราชบัญญัตินี้ให้บังคับใช้เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวัน  นับตั้งแต่วันประกาศราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

2. พระราชบัญญัติโรงงาน  มีผลให้ยกเลิกพระราชบัญญัติ  ฉบับใดบ้าง

ก. พระราชบัญญัติโรงงาน พ.. 2512

ข. พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) .. 2511   

ค. พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 3) .. 2518

ง. พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 4) .. 2522

ตอบ              .  พระราชบัญญัติโรงงาน พ.. 2512

มาตรา 3  ให้ยกเลิก

                   พระราชบัญญัติโรงงาน พ.. 2512

                   พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) .. 2518

                   พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 3) .. 2522

3.             พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้กับโรงงานของทางราชการ  เพื่อเหตุผลใด

ก. เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในประเทศ

ข. เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ

ค. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่หน่วยงานราชการ

ง. ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ   .  เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ

มาตรา 4  พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่โรงงานของทางราชการที่ดำเนินการโดยทางราชการ  เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ  แต่ในการประกอบกิจการนี้ไปเป็นแนวทางในการดำเนินงาน

4.             โรงงาน หมายความว่าอย่างไร

ก. อาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมห้าแรงม้า

ข. อาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมสิบแรงม้า

ค. อาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมสิบห้าแรงม้า

ง. อาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมยี่สิบแรงม้า

ตอบ              .  อาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมห้าแรงม้า

มาตรา 5  ในพระราชบัญญัตินี้

โรงงาน  หมายความว่า  อาคาร สถานที่ หรือที่ยานพาหนะที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมตั้งแต่ห้าแรงม้าหรือกำลังเทียบเท่าตั้งแต่ห้าแรงม้าขึ้นไป  หรือใช้คนงานตั้งแต่เจ็ดคนขึ้นไป  โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตามสำหรับทำ ผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อม ซ่อมบำรุง ทดสอบ ปรับปรุง แปรสภาพ ลำเลียง เก็บรักษา หรือทำลายสิ่งใดๆ  ทั้งนี้ ตามประเภทหรือชนิดของโรงงานที่กำหนดในกฎกระทรวง

ตั้งโรงงาน  หมายความว่า  การก่อสร้างอาคารเพื่อติดตั้งเครื่องจักรสำหรับประกอบกิจการ โรงงาน หรือนำเครื่องจักร สำหรับประกอบกิจการโรงงานมาติดตั้งในอาคารสถานที่หรือยานพาหนะที่จะประกอบกิจการ

ประกอบกิจการโรงงาน  หมายความว่า  การทำ ผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อม ซ่อมบำรุง ทดสอบ ปรับปรุง แปรสภาพ ลำเลียง เก็บรักษา หรือทำลายสิ่งใดๆ ตามลักษณะกิจการของโรงงานแต่ไม่รวมถึงการทดสอบเดินเครื่องจักร

เครื่องจักร  หมายความ  สิ่งที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายชิ้นสำหรับใช้ก่อกำเนิดพลังงาน  เปลี่ยนหรือแปรสภาพพลังงาน  หรือส่งพลังงาน  ทั้งนี้ ด้วยกำลังน้ำ ไอน้ำ ลม ก๊าซไฟฟ้า หรือพลังงานอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน  และหมายความรวมถึงเครื่องอุปกรณ์ไฟลวีล ปุลเล สายพาน เพลา เกียร์ หรือสิ่งอื่นที่ทำงานสนองกัน

คนงาน  หมายความว่า  ผู้ซึ่งทำงานในโรงงาน  ทั้งนี้ ไม่รวมถึงผู้ซึ่งทำงานฝ่ายธุรการ

ผู้อนุญาต  หมายความว่า  ปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายตามเหมาะสม

ใบอนุญาต  หมายความว่า  ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน

พนักงานเจ้าหน้าที่  หมายความว่า  ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

ปลัดกระทรวง  หมายความว่า  ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

รัฐมนตรี  หมายความว่า  รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

5. ในพระราชบัญญัติฉบับนี้รัฐมนตรีหมายถึงบุคคลใด

ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวง54.              กลาโหม

ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวง56.              อุตสาหกรรม

ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวง58.              มหาดไทย

ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวง60.              การคลัง61.          

ตอบ .  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ดูคำอธิบายข้อข้างต้น

6.             ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา 8(1) (2) (3) (4) (5) หรือ (8) หรือประกาศของรัฐมนตรีที่ออกตามกฎกระทรวงดังกล่าว  ต้องระวางโทษตามข้อใด

ก. จำคุกไม่เกินห้าเดือน

ข. จำคุกไม่เกินหกเดือน

ค. ปรับไม่เกินสอง65. แสนบาท

ง. ปรับไม่เกินสามแสนบาท

ตอบ              .  ปรับไม่เกินสองแสนบาท

มาตรา 45  ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา 8(1) (2) (3) (4) (5) หรือ (8) หรือประกาศของรัฐมนตรีที่ออกตามกฎกระทรวงดังกล่าว  ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท

7.             โรงงานจำพวกที่ 2  ได้แก่โรงงานประเภทใด

ก. โรงงานที่สามารถประกอบกิจการโรงงานได้ทันทีตามความประสงค์

ข. โรงงานที่เมื่อจะประกอบกิจการโรงงานต้อง78.              แจ้งให้ผู้อนุญาตทราบก่อน

ค. โรงงานที่การตั้งโรงงานจะต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะดำเนินการได้

ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง91.             

ตอบ              .  โรงงานที่เมื่อจะประกอบกิจการโรงงานต้องแจ้งให้ผู้อนุญาตทราบก่อน

มาตรา 7  ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดให้โรงงานตามประเภทชนิดหรือขนาดใดเป็นโรงงานจำพวกที่ 1  โรงงานจำพวกที่ 2  หรือโรงงานจำพวกที่ 3 แล้วแต่กรณี  โดยคำนึงถึงความจำเป็นในการควบคุมดูแล  การป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญ  การป้องกันความเสียหาย  และการป้องกันอันตรายตามระดับความรุนแรงของผลกระทบที่จะมีต่อประชาชนหรือสิ่งแวดล้อม  โดยแบ่งออกเป็นดังนี้

– โรงงานจำพวกที่ 1  ได้แก่  โรงงานประเภท  ชนิด  และขนาดที่สามารถประกอบกิจการโรงงานได้ทันทีตามความประสงค์ของผู้ประกอบกิจการโรงงาน

– โรงงานจำพวกที่ 2  ได้แก่  โรงงานประเภท  ชนิด  และขนาดที่เมื่อจะประกอบกิจการโรงงานต้องแจ้งให้ผู้อนุญาตทราบก่อน

– โรงงานจำพวกที่ 3  ได้แก่  โรงงานประเภท  ชนิด  และขนาดที่การตั้งโรงงานจะต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะดำเนินการได้เมื่อมีประกาศของรัฐมนตรีตาม มาตรา 32 (1) ให้โรงงานที่กำหนดในประกาศดังกล่าวเป็นโรงงานจำพวกที่ 3 ด้วย

8.             โรงงานมีกี่จำพวก

ก. โรงงานมีสองจำพวก

ข. โรงงานมีสามจำพวก

ค. โรงงานมีสี่จำพวก

ง. โรงงานมีห้าจำพวก

ตอบ      .  โรงงานมีสามจำพวก    ดูคำอธิบายข้อข้างต้น

9.             เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการประกอบกิจการให้รัฐมนตรีออกกฎกระทรวงเพื่อให้โรงงานจำพวกใดจำพวกหนึ่งปฏิบัติตามข้อใด

ก. กำหนดลักษณะ  ประเภทหรือชนิดของเครื่องจักรที่นำมาใช้

ข. กำหนดคุณวุฒิของผู้จะเข้ามาปฏิบัติงานในโรงงาน

ค. กำหนดมาตรฐานและวิธีการควบคุมการปล่อยของเสีย

ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ค.

ตอบ              .  ถูกทั้ง ข้อ ก. และ ค.

มาตรา 8  เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการประกอบกิจการให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อให้โรงงานจำพวกใดจำพวกหนึ่งหรือทุกจำพวกตาม มาตรา 7 ต้องปฏิบัติตามในเรื่องดังต่อไปนี้

                   กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับที่ตั้งของโรงงาน  สภาพแวดล้อมของโรงงานลักษณะอาคารขอโรงงานหรือลักษณะภายในของโรงงาน

                   กำหนดลักษณะ  ประเภทหรือชนิดของเครื่องจักร  เครื่องอุปกรณ์หรือสิ่งที่ต้องนำมาใช้ในการประกอบกิจการโรงงาน

                   กำหนดให้มีคนงานซึ่งมีความรู้เฉพาะตามประเภท  ชนิดหรือขนาดของโรงงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่หนึ่งหน้าที่ใดประจำโรงงาน

                   กำหนดหลักเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติ  กรรมวิธีการผลิตและการจัดให้มีอุปกรณ์หรือเครื่องมืออื่นใด  เพื่อป้องกันหรือระงับ  หรือบรรเทาอันตราย  ความเสียหายหรือความเดือดร้อนที่อาจเกิดแก่บุคคลหรือทรัพย์สินที่อยู่ในโรงงานหรือที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงงาน

                   กำหนดมาตรฐานและวิธีการควบคุมการปล่อยของเสียมลพิษหรือสิ่งใดๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเกิดขึ้นจากการประกอบกิจการโรงงาน

                   กำหนดการจัดให้มีเอกสารที่จำเป็นประจำโรงงานเพื่อประโยชน์ในการควบคุมหรือตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย

                   กำหนดข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับการประกอบกิจการโรงงานที่ผู้ประกอบกิจการโรงงานต้องแจ้งให้ทราบเป็นครั้งคราว  หรือตามระยะเวลาที่กำหนดไว้

                   กำหนดการอื่นใดเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในการดำเนินงานเพื่อป้องกันหรือระงับ  หรือบรรเทาอันตราย  หรือความเสียหายที่อาจเกิดจากการประกอบกิจการโรงงานกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งจะกำหนดให้ยกเว้นโรงงานประเภท  ชนิด  หรือขนาดใดจากการต้องปฏิบัติในเรื่องหนึ่งเรื่องใดก็ได้  และกฎกระทรวงดังกล่าวจะสมควรกำหนดให้เรื่องที่เป็นรายละเอียดทางด้านเทคนิค  หรือเป็นเรื่องที่ต้องเปลี่ยนแปลงรวดเร็วตามสภาพสังคม  ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ได้

10.      รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมีอำนาจตามข้อใด

ก. กำหนดลักษณะ  ประเภทหรือชนิดของเครื่องจักรที่นำมาใช้

ข. กำหนดมาตรฐานและวิธีการควบคุมการปล่อยของเสีย

ค. กำหนดข้อมูลที่จำเป็นในการแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ

ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ              .  ถูกทุกข้อ          ดูคำอธิบายข้อข้างต้น

ความลับการเป็นข้าราชการมาถึงมือท่านแล้ว

 

***
  แนวข้อสอบมีทั้งหมด 2 แบบ  ***

           – แบบปริ้นอ่านได้เลย ราคาเพียง 399 บาท 
( ได้รับเนื้อหา หลังโอน 1-3 ชั่วโมง )

   – แบบหนังสือ+MP3 ราคา 699 บาท  
(ได้รับ 1-2 วันทำการ)  ( ส่งฟรี J&T )

>รวบรวมจากผู้สอบติดอันดับต้นๆ เจาะข้อสอบเข้างานราชการ <<

>> (Book) สรุปสาระสำคัญ อ่านกระชับเวลา ไม่สับสน เข้าใจง่าย ออกชัวร์ๆ แม่นยำ <<

>> (New) รวบรวมจากรุ่นพี่ที่สอบได้อันดับต้นๆ+เจาะลึกตรงประเด็น เก็งข้อสอบ <<

>> (Pdf) แนวข้อสอบพร้อมเฉลย+เนื้อหาสรุปเรียบร้อย ประหยัดเวลาในการอ่าน <<

 
 



แนวข้อสอบช่างเครื่องกล

 

1. การขันเกลียวฝาสูบที่ถูกต้องควรขันอย่างไร

            1) เริ่มขันสลักเกลียวจากหน้าเครื่องไปท้ายเครื่อง

            2) เริ่มขันสลักเกลียวจากด้านท้ายเครื่องไปทางหน้าเครื่อง

            3) เริ่มขันสลักเกลียวจากตรงกลางออกไปด้านซ้าย-ขวา

            4) เริ่มขันสลักเกลียวจากด้านนอกแล้วค่อยๆ ขับไล่เข้าตรงกลาง

เฉลย ข้อ3

แนวความคิด

            ขันแบบกากบาท หรือตัว x เริ่มจากตรงกลางตรงกันแล้วไขว้ออกทั้ง 2 ด้าน

 

2. การถอดแหวนลูกสูบที่ถูกต้อง ควรถอดแหวนตัวใดก่อน

            1) แหวนกวาดน้ำมัน

            2) แหวนอัดตัวกลาง

            3) แหวนอัดตัวบน

            4) แหวนน้ำมันตัวบน

เฉลย ข้อ 3

แนวความคิด

            แหวนลูกสูบมีจำนวน 3 ตัว ต่อ 1 สูบ แหวนตัวบนและตัวที่ 2(Top and 2nd Rings) ทำหน้าที่เป็นแหวนอัด (Compression Rings) สำหรับแหวนตัวที่ 3 เป็นแหวนน้ำมัน (Oil Rings) ทำหน้าที่กวาดน้ำมันหล่อลื่นที่เกินบริเวณผนังกระบอกสูบ ดังนั้นจึงเหลือน้ำมันเครื่อง ในห้องเผาไหม้ด้วยปริมาณที่จำเป็นสำหรับการหล่อลื่นเท่านั้น

 

3. ถ้าท่อรั่วไอดีของเครื่องยนต์แกโซลีนรั่วจะมีผลต่อเครื่องยนต์อย่างไร

            1) ขณะเครื่องเดินเบาะรอบจะสูง

            2) สิ้นเปลืองน้ำมันเชื่อเพลิง

            3) ส่วนผสมจะบางลง

            4) ส่วนผสมจะหนาขึ้น

เฉลย ข้อ 3

แนวความคิด

การทำงานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 4 จังหวะ

            ในแต่ละรอบการทำงาน (cycle) เครื่องยนต์ 4 จังหวะ ลูกสูบจะเคลื่อนที่ขึ้นลง 4 ครั้ง (ขึ้น 2 ครั้ง ลง 2 ครั้ง) โดยเพลาข้อเหวี่ยงหมุน 2 รอบ การที่ลูกสูบขึ้นลง 4 ช่วงชัก ทำให้เกิดการทำงาน 4 จังหวะ จังหวะการทำงานทั้ง 4 ของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 4 จังหวะมีดังนี้

            1. จังหวะดูด (Intake stroke) เมื่อลูกสูบเริ่มเคลื่อนที่ลง ส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศ (เครื่องยนต์ดีเซลจะดูดเฉพาะอากาศเพียงอย่างเดียว) จะถูกดูดเข้ามาในกระบอกสูบโดยผ่านลิ้นไอดี(intake vavle) ซึ่งเปิดอยู่ ฃิ้นไอดีจะปิดที่ประมาณปลายจังหวะดูด (ใกล้ศูนย์ตายล่าง)

            2. จังหวะอัด (Compression stroke) เมื่อลูกสูบเริ่มเลื่อนขึ้น ลิ้นทั้งสองทั้งลิ้นไอดีและลิ้นไอเสีย(Exhaust valve) จะปิดส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศ (เครื่องยนต์ดีเซลจะเฉพาะอากาศเพียงอย่างเดียว) จะถูกอัดจนกระทั้งใกล้ศูนย์ตายบน ส่วนผสมจะถูกจุดโดยหัวเทียน (เครื่องยนต์ดีเซลน้ำมันเชื้อเพลิงจะถูกฉีดเข้ามาโดยหัวฉีด) การเผาไหม้จึงเริ่มขึ้น

            3. จังหวะกำลัง , จังหวะระเบิด , (Power stroke) เมื่อลูกสูบเริ่มเลื่อนลงลิ้นทั้งสองยังคงปิดอยู่ แรงดันของแก๊สที่เกิดจากการเผาไหม้ จะกระแทกลงหัวลูกสูบ ผลักดันให้ลูกสูบเลื่อนลง จนกระทั้งใกล้ศูนย์ตายล่าง ลิ้นไอดีเสียจะปิด

            4. จังหวะตาย , จังหวะไอเสีย (Exhaust stoke) เมื่อลูกสูบเริ่มเลื่อนขึ้น จะผลักดันให้ไอเสียค้างในกระบอกสูบ ออกไปภายนอกโดยผ่านลิ้นไอเสียที่เปิดอยู่ ลิ้นไอเสียยังคงเปิดอยู่จนกระทั่งลูกสูบเลื่อนผ่านศูนย์ตายบนไปเล็กน้อย จากนั้นจะเป็นการเริ่มจังหวะดูดในรอบการทำงานต่อไป

 

4. การประกอบหัวฉีดเข้ากับเครื่องยนต์ทุกครั้งต้องทำอย่างไร

            1) หมุนเครื่องยนต์ให้ตรงกับตำแหน่งการฉีด

            2) ให้หัวเป่าลมทำความสะอาดเครื่องล้างหัวฉีดบนฝากสูบ

            3) เปลี่ยนแหวนรองหัวฉีดทุกครั้ง

            4) เปลี่ยนไส้กรองที่ชุดฉีดทุกครั้ง

เฉลย ข้อ 1

แนวความคิด

            หมุนเครื่องยนต์ให้ตรงกับตำแหน่งการฉีด

 

5. ชิ้นส่วนที่ใช้ป้องกันแก๊สและน้ำหล่อเย็นรั่วของเครื่องยนต์คือ

            1) แหวนอัด

            2) ปะเก็บฝาสูบ

            3) ปะเก็บอ่างน้ำมันเครื่อง

            4) ซิวก้านวาล์ว

เฉลย ข้อ 1

แนวความคิด

                1) แหวนอัด = นี้ป้องกันการรั่วของส่วนผสมอากาศและเชื้อเพลิงและแก๊สที่เกิดจากห้องเผาไหม้ระหว่างจังหวะอัด และจุดระเบิดมิให้น้อยลงสู่ห้องเพลาข้อเหวี่ยงจำนวนแหวนอัดนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องยนต์ โดยทั่วไปลูกสูบหนึ่งลูกจะมีแหวะอัดสองตัว ซึ่งเรียกว่า “แหวนอัดตัวบน” และ “แหวนอัดตัวที่สอง” แหวะอัดจะมีลักษณะเป็นเทเปอร์ ดังนั้นขอบล่างของมันจึงสัมผัสกับผนังกระบอกสูบ กระออกแบบเช่นนี้เพื่อให้เกิดการสัมผัสที่แนบสนิทกันเป็นอย่างดี ระหว่างแหวนและ กระบอกสูบ นอกจากนั้นยังทำหน้าที่กวาดน้ำมันเครื่องออกจากผนังกระบอกสูบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

            2) ประเก็บฝาสูบ = ประเก็บฝาสูบป้องกันการรั่วของแก๊สที่เกิดจากการเผาไหม้ตามการจุดระเบิดของเครื่องยนต์

            3) ประเก็บอ่างน้ำมันเครื่อง = มีหน้าที่เป็น ที่เก็บน้ำมันเครื่องไว้เพื่อใช้ในการหล่อลื่น โดยมีประเก็นเป็นตัวป้องกันการการรั่วระหว่างเสื้อสูบกับอ่างน้ำมันเครื่อง

            4) ซิวก้านวาล์ว = เป็นชิ้นส่วนที่นำมาจากอลูมิเนียมมีหน้าที่ป้องกันการรั่วของน้ำมันเครื่องที่ใช้หล่อลื่น กระเดื่องวาล์ว

 

6. เครื่องยนต์ดีเซลถ้าปลอกนำลิ้นลึกจะเกิดอาการใด

            1) ควันไอเสียมีสีดำ

            2) เครื่องยนต์ไม่มีกำลัง

            3) กินน้ำมันเชื้อเพลิง

            4) ควันไอเสียมีสีขาว

เฉลย ข้อ 1

แนวความคิด

            1) ควันไอเสียมีสีดำ = ควันดำ เกิดจากน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกฉีดเข้าไปในห้องเผาไหม้ในขณะที่ปริมาณของปริมาณของออกซิเจนในห้องเปาไหม้มีไม่เพียงพอ จึงทำให้การเผาไหม้ไม่หมด อนุภาคของเชื้อเพลิงที่หลงเหลือเหล่านี้จะได้รับความร้อนแล้วกลายเป็นสภาพเขม่าที่ถูกปล่อยออกมาทางท่อไอเสีย

            2) เครื่องยนต์ไม่มีกำลัง = เกิดจากการเผาไหม้ของน้ำมันดีเซลที่ไม่สมบูรณ์ มีสาเหตุจาก

·       หัวฉีดมีการอุดตัน ฉีดน้ำมันไม่เป็นฝอยละเอียด มีแรงดันผิดปกติจากค่ามาตรฐานที่กำหนด

·       ปั้มดีเซลจ่ายน้ำมันผิดปรกติ มีแรงดันต่ำหรือสูงกว่ามาตรฐาน ทำให้จังหวะจุดระเบิดผิดปรกติ

·       เทอร์โบบกพร่อง สร้างแรงดันและปริมาณอากาศน้อยกว่าปรกติ

3) กินน้ำมันเชื้อเพลิง = อาการเครื่องยนต์กินน้ำมันมากผิดปกติ มีได้หลายสาเหตุ

·       ปั๊มดีเซลจ่ายปริมาณน้ำมันผิดปรกติ หรือมีการปรับแต่งปั๊มดีเซลให้จ่ายน้ำมันมาก

·       หัวฉีดผิดปรกติ จ่ายน้ำมันไม่เป็นฝอยละเอียด มีค่าแรงดันต่ำกว่ามาตรฐาน หรือมีการปรับค่าแรงดันไม่ถูกต้อง

·       เครื่องยนต์ไม่มีกำลัง ทำให้ต้องใช้เกียร์ต่ำ ส่งผลให้ใช้เครื่องยนต์รอบสูง มำให้เครื่องยนต์สึกหรอสูงด้วย

4) ควันไอเสียมีสีขาว = ควันขาว เกิดจากอุณหภูมิที่ถูกอัดในห้องเผาไหม้มีต่ำเกินไป เชื้อเพลิงที่ถูกฉีดออกมาจากหัวฉีดจะระเหยกลายเป็นไอแต่เผาไม่หมด จึงถูกขับออกมาทางท่อไอเสีย หรือมีส่วนผสมของน้ำมันเครื่องปะปนอยู่

 

7. ทำหน้าที่หัวฉีด ได้แก่ข้อใด

1) จุดระเบิดในห้องเผาไหม้

2) ฉีดน้ำมันให้เป็นฝอยละอองในห้องเผาไหม้

3) สร้างแรงดันให้แก่น้ำมันเชื้อเพลิง

4) สร้างแรงดันไฟฟ้าให้แก่ระบบ

เฉลย ข้อ 2

แนวความคิด

            หัวฉีด = มีหน้าที่ฉีด น้ำมันให้เป็นฝอยละเอียด เข้าห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ ละอองของน้ำมันดีเซลที่ละเอียดจะสามารถคลุกเคล้ากับอากาศได้ดี ทำให้น้ำมันถูกเผาไหม้ได้หมด ไม่มีเขม่าตกค้าง เครื่องยนต์ที่มีอายุการใช้งานมานาน จะเกิดคราบสกปรกที่หัวฉีด การฉีดของหัวฉีดไม่เป็นฝอยละเอียด แรงดันฉีดต่ำกว่ามาตรฐานหรือ หัวฉีดแต่ละตัวจ่ายน้ำมันไม่เท่ากัน มีผลให้น้ำมันเผาไหม้ไม่หมด เครื่องยนต์ไม่มีกำลัง กินน้ำมันผิดปกติ

 

8. การใช้ประแจที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร

            1) ดังด้านประแจเข้าหาตัว

            2) ดันด้านประแจออกจากตัว

            3) ต่อด้ามประแจให้ยาวเพื่อให้ขันได้แน่น

            4) ใช้ค้อนช่วยตอกด้ามประแจ

เฉลย ข้อ 1

แนวความคิด

            การขันประแจไม่ว่าจะขันให้แน่นหรือคลาย ต้องใช้วิธีดึงเจ้าหาตัวเสมอและเตรียมพร้อมสำหรับปากกระแจหลุดขณะขันด้วย

 

9. การเติมน้ำในหม้อควรปฏิบัติอย่างไร

            1) ต้องเติมน้ำยาผสมน้ำหล่อลื่นเย็นเสมอ

            2) เปิดฝาหม้อน้ำเมื่อเครื่องยนต์เย็น

            3) ระวังไม่ให้น้ำหกรดพ้นและถูกเครื่องยนต์

            4) ใช้น้ำผสมกรดอ่อนๆ เติมหม้อน้ำ

เฉลย ข้อ 2

แนวความคิด

            เปิดฝาหม้อน้ำเมื่อเครื่องยนต์เย็น ระวังอันตราย ห้ามเปิดฝาหม้อน้ำในขณะที่เครื่องยนต์ร้อนจัด เพราะจะได้รับอันตรายจากไอน้ำ ที่พุ่งออกมา และลออวัยวะต่างๆ ของผู้เปิดได้

 

ใส่ความเห็น